สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซานติอาโก ร่วมกับมูลนิธิไทย (Thailand Foundation) ดำเนินโครงการ “การทูตกับการเผยแพร่พุทธธรรม” (Dhamma Diplomacy’s Initiative in Chile) โดยได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์วชิโร (Venerable Ajahn Vajiro) และพระอาจารย์มุฑิโต (Ajahn Mudito) เดินทางมาแสดงธรรมเทศนาและนำปฏิบัติสมาธิภาวนาแก่ประชาชนในประเทศชิลี
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยเฉพาะด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
การดำเนินโครงการในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 วาระสำคัญ โดยการบรรยายธรรมครั้งแรกจัดขึ้น ณ วิหารบาไฮแห่งอเมริกาใต้ (Templo Bahá‘í de Sudamérica) ภายใต้หัวข้อ “ความสอดประสานและความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหลากหลาย” (Harmony and Unity in the Context of Diversity) พระอาจารย์วชิโรได้แสดงธรรมเกี่ยวกับหลัก “สัมมา” หรือความถูกต้องสมบูรณ์อันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความจริงแห่งธรรมชาติ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของ “ศีล” ในฐานะอริยทรัพย์และของขวัญอันล้ำค่าที่บุคคลสามารถมอบให้แก่ตนเองและผู้อื่นเพื่อขจัดความหวาดกลัวในจิตใจ ในโอกาสนี้ยังได้มอบหนังสือธรรมะภาษาสเปนจากวัดอัมราวดี สหราชอาณาจักร แก่ผู้เข้าร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบและอบอุ่น
สำหรับวาระที่สอง สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ขยายผลการดำเนินงานสู่ส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรก ณ เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaíso) โดยจัดกิจกรรม ณ ศูนย์วัฒนธรรมบัลปาราอีโซ (Valparaiso Cultural Park) ซึ่งอดีตเคยเป็นเรือนจำและคลังแสงเก่า ภายใต้หัวข้อ “การปฏิบัติตามวิถีพุทธ” (The Practice of the Buddhist Path) มุ่งเน้นการบำเพ็ญ ทาน ศีล สมาธิ และการแผ่เมตตาจิตแก่ตนเองและสรรพสัตว์ โดยมีกลุ่มผู้ศึกษาพุทธศาสนาในชิลี อาทิ ศูนย์ปฏิบัติสมาธิสิทธัตถะ (Sidharta Buddhist Meditation Center) และกลุ่ม Budismo Theravada en Chile เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้มอบเงินสนับสนุนแก่กลุ่มพุทธศาสนิกชนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาจิตใจอย่างยั่งยืน
การบรรยายธรรมวาระสุดท้ายจัดขึ้น ณ โรงแรม NH Hotel กรุงซานติอาโก ในหัวข้อ “ผลแห่งวิถี: ความสันโดษและความสุข” (The Result of the Path: Contentment and Happiness) โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความสุขในปัจจุบันขณะผ่านความกตัญญูกตเวทิตาและความมุฑิตาจิต ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริงอันปราศจากเงื่อนไขผูกมัดทางโลก กิจกรรมตลอดทั้ง 3 วันได้รับความสนใจอย่างล้นพ้นจากทั้งชาวไทย ชาวชิลี และชาวต่างชาติ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการทูตเชิงวัฒนธรรมและศาสนา (Dhamma Diplomacy) ที่สามารถประสานความสัมพันธ์และสร้าง “ญาติธรรม” ไร้พรมแดน โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ และมูลนิธิไทย พร้อมที่จะร่วมมือในการส่งเสริมและทอดสะพานแห่งปัญญาธรรมนี้ให้สถิตสถาพรสืบไป








